กระต่ายกับเต่า (Rabbit vs Turtle)

.

ทุกวันนี้ เราคงได้ยินชื่อ Kerry Express เป็นเจ้าขนส่งหลัก ๆ สำหรับส่งจากบุคคลถึงบุคคล หรือเรียกว่า พัสดุ (Parcel) นั่นเอง..แล้ว Kerry Express ทำงานกันยังไง ในส่วนของคลังสินค้า ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่า การให้ระบบช่วยเหลือในการจัดระเบียบในแต่ละวันตามความเร่งรีบ..จัดเส้นทางการจัดส่ง แล้วพนักงานก็จัดเรียงสินค้าตามความเร่งด้วยนั้น โดนวิธีคิดง่ายๆ คือ ทำยังไงให้สินค้าที่ฝากส่งทั้งหลายนี้หมดจากคลังโดยที่ไม่มีอะไรตกหล่น…วิธีการที่รับสินค้ามาและวจัดส่งเลยโดยไม่ต้องมานั่งจัดการ มันจะเรียกว่า Flow Thru Model (กิจกรรมหลัก ๆ คือการรับและส่งต่อ)

.

ลองมองย้อนกลับไปนะครับ..ในประเทศเรามีกิจการที่คล้าย ๆ กับแบบนี้อยู่นะครับ เรียกว่า “ไปรษณีย์ไทย” (Thaipost) ซึ่งรูปแบบการจัดการไม่แตกต่างกันนะครับ รวมทั้งมีโครงข่ายที่ใหญ่มากรองรับแทบจะทุกอณูของประเทศไทยทั้งของสถานีของไปรษณีย์ไทยเอง และ เคาท์เตอร์ต่าง ๆ ที่ให้บริการเสมอมีไปรษณีย์ไทยอยู่ใกล้ตัวคุณ ..หากแต่ระยะเวลาที่ผ่านมากลับเกิดการเปลี่ยนแปลงในช่วงสั้น ๆ นี้ค่อนข้างเยอะ เช่น การมีคู่แข่งอย่าง Kerry Express หรือ การแบ่งทีมงานของตัวเองออกไปสร้างกิจการใหม่อย่าง THPD Logistics ซึ่งเป็นการทำงานแบบ B-to-B (Business to Business) ซึ่งลูกค้าก็มีแบบรัฐวิสาหกิจ และเอกชน แต่การเติบโตของกิจการยังไม่อยู่ในสัดส่วนที่ชัดเจน…ต้องมาดูกันต่อไปว่า ภาพรวมของกิจการไปรษณีย์นั้น จะดีขึ้นแบบพุ่งทะยานหรือเพียงค่อย ๆ โตอย่างที่ผ่านมา…

.

ในมุมกลับ ก่อนที่ Kerry Express จะมาขยายใหญ่แบบนี้นั้น Kerry ก็มีบริษัท Logistics (B-to-B) เหมือนกับเจ้าอื่น ๆ แต่ก็มีภาวะที่กดตัวลดเมื่อเทียบกับ Kerry Express ที่ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ.. ภาพทั้งสองภาพสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ว่า การเปลี่ยนเกมของรูปแบบธุรกิจนั้น ส่งผลต่อการขยายตัวและความอยู่รอดขององค์กรอย่างเห็นได้ชัด..ทั้งจากการโตของ Kerry Express ด้วยการร่วมงานกับ Lazada ที่ผ่าน ๆ มาและยังบุกตลาดการส่งด่วนทั้งจุดรับของบนสถานีรถไฟฟ้า หรือจุดต่าง ๆ ในเมือง ก็เป็นการสร้างฐานกำลังและโครงข่ายสำคัญที่ต้องใช้ทุนไม่น้อยทีเดียว….

.

ด้วยการโตขึ้นของตลาดการค้าออนไลน์ (E-Commerce) ก็เป็นตัวขับชั้นดีที่จะอยู่ในช่วง “น้ำขึ้นให้รีบตัก” ของกิจการส่งด่วนเหล่านี้….การจะวัดกันอาจจะมองเห็นว่าโตทั้งคู่ แต่การโตนั้น ก็มีหลากหลายนะครับ..ทั้งการรองรับกิจการโครงข่ายการค้าใหญ่ ๆ หรือ SME ดังนั้นระยะพิสูจน์กระต่ายกับเต่า เริ่มขึ้นแล้วครับ…และยังมีความสนุกอีกมากมายให้เห็นในกิจการการส่งด่วนแบบนี้ครับ..

.

แต่การตลาดเหล่านี้ก็ยังมีคู่แข่งแบบทางตรง เช่น DHL, SCG Express, TNT Express หรือ ทางอ้อมอีกหลายทางเลือกเกิดขึ้นนะครับ เช่น LINE Man, Grab และอื่นๆ ครับ… หนทางยังอีกยาวไกล แต่ในระยะเวลาอันสั้นนี้ การขยายพลังการจัดส่งและรองรับความเปลี่ยนแปลงคือโจทย์สำคัญอย่างยิ่ง

.

สำหรับ “ไปรษณีย์ไทย” นั้นเป็นกิจการของคนไทย ก็คงต้องแอบเชียร์อยู่แล้วครับ..ไทยแลนด์สู้ๆ ปู๊นๆ ฉึก-กะ-ฉักๆ

.

ใส่ความเห็น